หลักการแปลบทคัดย่อที่ดี‏

บทคัดย่อ ถือเป็นหน้าเป็นตาให้กับงานวิจัยแต่ละชิ้น เพราะเปรียบเสมือนหน้าบ้านที่ทำให้เห็นองค์ประกอบต่าง ๆ ของงานวิจัยสมบูรณ์ เป็นบทความที่ขมวดรวมยอดข้อมูและรายละเอียดในการวิจัยทั้งหมดให้อยู่เพียงหนึ่งหรือสองหน้ากระดาษเท่านั้น บทคัดย่อแต่ละบทจะต้องประกอบไปด้วย วัตถุประสงค์การวิจัยซึ่งบอกเป้าหมายของการทำการวิจัยในครั้งนี้ เครื่องมือที่ใช้ในการทำวิจัย รูปแบบการวิจัย ประชากรและกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ระเบียบวิธีวิจัยโดยสังเขป และผลการวิจัยโดยสังเขป

แปลเอกสาร

นอกจากนี้ บทคัดย่อบางบทยังมีการเพิ่มความสำคัญของการวิจัยลงไปด้วย เพื่อให้ผู้ที่สนใจงานวิจัย หรือต้องการนำเอาไปต่อยอดสามารถมองเห็นภาพงานวิจัยที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตได้อย่างชัดเจนมากขึ้น บทคัดย่อส่วนใหญ่จะมีความยาวเพียงหนึ่งถึงสองหน้า และปิดท้ายด้วยคำสำคัญ ตรงข้างล่างบทคัดย่อในตอนท้าย ซึ่งโดยปกติจะมีจำนวนห้าคำ การแปลบทคัดย่อที่ดีเปรียบเสมือนการตกแต่งหน้าบ้านให้สวยงาม น่าสนใจและจูงใจให้คนอ่านเข้าไปในบ้านวิจัยชิ้นนี้ การแปลบทคัดย่อที่ดีจะต้องไม่แปลคำให้เปลี่ยนไปจากความหมายเดิมของต้นฉบับ เนื่องจากอาจจะทำให้ผลการวิจัย และรายละเอียดการวิจัยอื่น ๆ ผิดแผกไปจากเดิม ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพของงานวิจัยชิ้นนั้น ๆ การแปลบทคัดย่อที่ดีจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะยังคงความหมายเดิมที่นักวิจัยต้องการจะสื่อไว้ทั้งหมด

แปลเอกสารราชการ

การแปลบทคัดย่อที่ดีจึงจำเป็นต้องเริ่มจากการอ่านต้นฉบับภาษาไทยให้เข้าใจอย่างถ่องแท้เสียก่อน หากมีจุดใดสับสน ไม่ชัดเจน หรือไม่เข้าใจ ควรสอบถามนักวิจัยให้ได้คำตอบที่ชัดเจนก่อนเริ่มการแปลบทคัดย่อ นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่ต้องระวังอีกอย่างหนึ่งคือการเลือกใช้กาล (tense) ของกริยาที่ใช้ในแต่ละประโยคในบทคัดย่อ และที่สำคัญมากไปกว่านั้นคำศัพท์เทคนิคต่าง ๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่านักแปลไม่ได้มีความรู้สมบูรณ์ไปในทุกสาขาวิชา จึงจำเป็นต้องศึกษาคำศัพท์เทคนิคที่ปรากฎอยู่ในบทคัดย่อให้ละเอียดถี่ถ้วน เนื่องจากในบางครั้งคำศัพท์เทคนิคมีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง นักแปลจึงควรมีข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้องก่อนเริ่มการแปล และควรมีการใช้ประโยคให้มีความหลากหลายเพื่อให้เกิดความสละสลวยในงานเขียนด้วย

This entry was posted in thai translation service, บทความน่าสนใจ, รับเขียนบทความ, รับแปลเอกสาร, รับแปลเอกสารราชการ and tagged , , , . Bookmark the permalink.

Comments are closed.